ประวัติบ้านศรีฐาน
ตามประวัติเล่าว่า บรรพบุรุษของชาวบ้านศรีฐานคือกลุ่มชนที่ถูกกองทัพเวียงจันทร์รุกรานอพยพมาเรื่อย ๆ โดยมีผู้นำคือหลวงปู่อังวะและหลวงปู่ฟ้ามืด สันนิษฐานว่าบุคคลที่พบมาเหล่านี้อาจเป็นกลุ่มที่อพยพโดยการนำของเจ้าพระวอ เจ้าพระตา ที่จะไปสร้างเมืองอุบลราชธานี ส่วนกลุ่มชนบ้านศรีฐานต่อสู้บ้างถอยบ้าง จนมาถึงหนองพลับ จึงได้หยุดพักและพบว่าบริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์ พร้อมทั้งมีวัดตั้งอยู่ก่อนแล้วคือ วัดดงศิลาเลข จึงได้ตั้งหลักเป็นที่พักและในขณะนั้นกองทัพเวียงจันทน์ก็ไม่ได้ตามรุกรานอีก จึงได้ปักหลักสร้างฐานที่วัดทรงศิลาเลขเป็นจุดศูนย์กลางของชุมชน ในขณะนั้นมีชาวบ้านที่ได้อพยพตามกลุ่มนี้มาด้วยชื่อขุนศรี มีฝีมือในการล่าสัตว์เป็นอาชีพ เฒ่าขุนศรีได้ออกล่าสัตว์ตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น หนองแสง หนองสระพัง หนองนา น้องหว้า หนองกลาง โดยเฉพาะหนองกลางนั้นมีจำนวนสัตว์มากกว่าที่อื่น เฒ่าขุนศรีจึงสร้างเพิงที่พักบริเวณใกล้กับหนองนา เพื่อจะไม่ให้สัตว์ที่ลงมากินน้ำแตกตื่น โดยเมื่อจับสัตว์ตัวใดได้แล้วเฒ่าขุนศรีจะชำแหละแล้วตากแห้งหรือย่างไว้เพิงที่พัก เพื่อรอให้ลูกหลานที่ดงศิลาเลขมาเอาไปแบ่งปันกัน อยู่ต่อมาลูกหลานของเฒ่าขุนศรีเกิดขี้เกียจมาขนเอาเนื้อสัตว์ และเห็นว่าบริเวณหนองนามีความอุดมสมบูรณ์จึงอพยพมาอยู่กับเฒ่าขุนศรี ต่อมาชุมชนดงศิลาเลขเกิดอุทกภัยปิศาจรุกราน เกิดโรคภัยไข้เจ็บจำนวนมากจึงพากันอพยพจากดงศิลาเลขมาแผ้วถางป่าบริเวณของบ้านเฒ่าขุนศรี จำนวนผู้คนมีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นหมู่บ้านใหม่เรียกชื่อว่า “บ้านศรีฐาน” โดยใช้คำว่า “ศรี” มาจากชื่อของ “ขุนศรี” และ “ฐาน” มาจากคำว่า “หลักฐานอันมั่นคง” ต่อมาเมื่อตั้งชุมชนใหม่ก็ได้ตั้งวัดขึ้นใหม่เพื่อเป็นศูนย์รวมใจให้ชื่อว่า วัดศรีสะเกษ ตามชื่อวัดของชุมชนตนที่เมืองเวียงจันทน์ สังเกตสิ่งก่อสร้างเดิมไม่ว่าจะเป็นอุโบสถหลังเก่า หรือเจดีย์ต่าง ๆ เป็นลักษณะของศิลปะลาวทั้งสิ้น ในสมัยก่อนการแต่งกายของสตรีในหมู่บ้านก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมลาวของตนไว้อยู่ คือผู้หญิงจะไว้ผมมวยและนุ่งผ้าซิ่นที่มีเชิงทั้งบนและเชิงล่าง ตามลักษณะของวัฒนธรรมลาวเวียงจันทร์ดั้งเดิม
ปัจจุบันบ้านศรีฐานได้รับยกฐานะเป็นตำบลศรีฐาน แยกออกมาจากตำบลกระจาย มี 3 ชุมชน คือบ้านศรีฐาน บ้านเตาไห และบ้านกุดสำโรง แบ่งออกเป็น 9 หมู่บ้านสำหรับบ้านศรีฐานมี 6 หมู่บ้านเตาไหมี 2 สองหมู่บ้าน และบ้านกุดสำโรงมี 1 หมู่บ้าน
ปี 2549 บ้านศรีฐานได้รับคัดเลือกให้เป็น “OTOP village champion” ของจังหวัดยโสธรที่คัดเลือกหมู่บ้าน OTOP ทั่วประเทศให้เหลือ 80 หมู่บ้านเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุครบ 80 พรรษาและทรงครองราชย์ครบ 60 ปี
สินค้า OTOP ที่สำคัญคือ หมอนขวาน ผ้าขิด เป็นสินค้าที่ชาวศรีฐานมีความภูมิใจในภูมิปัญญาของมนุษย์ที่คิดสร้างสรรค์ขึ้นมาให้คนรุ่นลูกลูกหลานต่อไป
ข้อมูลจากพัฒนาชุมชนอำเภอป่าติ้ว ในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2549 สินค้า OTOP ได้นำรายได้เข้าสู่หมู่บ้านศรีฐาน เป็นเงิน 80 ล้านบาท
บ้านศรีฐานนอกจากเป็นหมู่บ้าน OTOP แล้วยังเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวของจังหวัดยโสธรอีกด้วย เช่น
โฮมสเตย์ จำนวน 40 หลัง มีเยาวชนมัคคุเทศก์นำเที่ยวจากโรงเรียนชุมชนบ้านศรีฐาน และโรงเรียนศรีฐานกระจายศึกษาจำนวน 40 คนนำเที่ยวได้ตลอดเวลา
เรียบเรียงโดย…….นางอัมพร มูลสาร